ระบบลานจอดรถคอนโดแบบ Hybrid: LPR + Visitor ในโครงการเดียว

แนวทางออกแบบระบบลานจอดรถคอนโด
ระบบลานจอดรถคอนโดไม่จำเป็นต้องให้รถทุกคันรับบัตรหรืออ่านทะเบียนแบบเดียวกัน กรณี Chateau in Town พระราม 8 ใช้แนวทาง Hybrid Parking System โดยรถลูกบ้านใช้ทะเบียนที่ลงทะเบียนไว้ ส่วน Visitor รับบัตรและต้องผ่าน e‑Stamp ก่อนออก
ทำไมคอนโดเหมาะกับระบบแบบ Hybrid
ลูกบ้านเป็นผู้ใช้ประจำ มีข้อมูลห้องและทะเบียนที่ตรวจสอบได้ จึงเหมาะกับขั้นตอนอัตโนมัติ ขณะที่ Visitor เป็นผู้ใช้ชั่วคราว โครงการจำเป็นต้องทราบว่าเข้ามาติดต่อใครและได้รับอนุญาตให้ออกแล้วหรือยัง
ถ้าให้รถทุกคันใช้ LPR อาจติดข้อจำกัดเมื่อไม่ทราบทะเบียน Visitor ล่วงหน้า แต่ถ้าให้ลูกบ้านรับบัตรทุกครั้งก็เพิ่มขั้นตอนโดยไม่จำเป็น การแยก workflow จึงช่วยให้แต่ละกลุ่มใช้วิธีที่เหมาะกับข้อมูลและความเสี่ยง
เส้นทางลูกบ้าน
กล้อง LPR 5MP อ่านทะเบียน ตรวจข้อมูลสิทธิ์ และเปิดไม้กั้นเมื่อข้อมูลตรงตามเงื่อนไข
เส้นทาง Visitor
รับบัตรที่ทางเข้า ระบบแจ้ง LINE ไปยังลูกบ้าน และตรวจ e‑Stamp ก่อนเปิดทางออก
การเชื่อมข้อมูลให้เป็น workflow เดียว
- ลงทะเบียนรถลูกบ้านและนัดหมาย Visitor ไว้ในระบบ
- แยกเหตุการณ์ทางเข้าตามประเภทผู้ใช้
- ส่งสถานะการมาถึงไปยังผู้เกี่ยวข้อง
- ตรวจเงื่อนไขขาออกก่อนสั่งงานไม้กั้น
หัวใจของระบบไม่ได้อยู่ที่จำนวนอุปกรณ์ แต่อยู่ที่การกำหนดว่าใครมีสิทธิ์ทำอะไร ข้อมูลใดต้องถูกบันทึก และเจ้าหน้าที่ต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดกรณียกเว้น
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนออกแบบ
- จำนวนเลนเข้า–ออกและปริมาณรถช่วงเร่งด่วน
- จำนวนทะเบียนลูกบ้านและรอบการอัปเดตข้อมูล
- ขั้นตอน Visitor ปัจจุบันและผู้มีสิทธิ์ให้ e‑Stamp
- วิธีรับแจ้งเตือนของลูกบ้าน
- ตำแหน่งป้อม รปภ. และอุปกรณ์เดิมที่ต้องเชื่อมต่อ
- ขั้นตอนสำรองเมื่ออ่านทะเบียนไม่ได้ บัตรชำรุด หรือเครือข่ายขัดข้อง
วางระบบลานจอดรถคอนโดแบบ Hybrid
ส่งผังทางเข้า–ออก จำนวนลูกบ้าน และขั้นตอน Visitor ปัจจุบันให้ทีม D‑Park ประเมิน workflow