ระบบนับรถ สำหรับลานจอดรถ ตรวจสอบปริมาณรถเข้า–ออกได้แม่นยำ
ระบบนับรถ (Vehicle Counting System) คือเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบจำนวนรถเข้า–ออกภายในลานจอดแบบเรียลไทม์ โดยใช้กล้อง AI หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับรถ ข้อมูลจะถูกบันทึกและแสดงผลอย่างแม่นยำ ช่วยให้เจ้าของพื้นที่บริหารจัดการที่จอดรถได้ดียิ่งขึ้น ลดปัญหาความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน
สรุปสั้นๆ: ระบบนับรถมี 3 เทคโนโลยีหลัก — Loop Sensor (ฝังใต้พื้น แม่นยำแต่ต้องขุดถนน), Radar Sensor (ติดเหนือพื้น ไม่ต้องขุด) และกล้อง AI อย่าง CCT-CM01 (ติดตั้งง่าย นับสองทิศทาง ดูสถิติย้อนหลังได้) ถ้าต้องการข้อมูลรายคัน เช่น อ่านป้ายทะเบียนหรือยี่ห้อรถ ต้องใช้ระบบ AI LPR แยกต่างหาก เลือกซื้อได้ทั้งชุดอุปกรณ์ DIY หรือให้ DPARK ติดตั้งครบวงจร

ระบบนับรถคืออะไร?

ระบบนับรถคือระบบที่ใช้ตรวจสอบจำนวนรถที่เข้าและออกจากลานจอด โดยข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บแบบเรียลไทม์และสามารถนำไปใช้วิเคราะห์แนวโน้มการใช้งาน ช่วยให้ผู้ดูแลลานจอดสามารถวางแผนและจัดการพื้นที่ได้แม่นยำกว่าเดิม
ทำไมต้องใช้ระบบนับรถในลานจอด?
ตรวจสอบจำนวนรถแบบเรียลไทม์
ลดข้อผิดพลาดจากการนับมือ และทำให้รู้จำนวนรถเข้า–ออกได้ทันที
ช่วยบริหารพื้นที่จอดได้ดียิ่งขึ้น
คาดการณ์ปริมาณรถได้แม่นยำ ลดปัญหาที่จอดเต็มโดยไม่รู้ตัว
วิเคราะห์แนวโน้มการใช้งานลานจอด
บันทึกข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงการจัดการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน
แสดงผลผ่านระบบแดชบอร์ด
ผู้บริหารพื้นที่สามารถดูข้อมูลการจอดและจำนวนรถได้แบบเรียลไทม์
ระบบนับรถทำงานอย่างไร?

- ใช้กล้อง AI หรือเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถ
- ส่งข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์กลางเพื่อบันทึกจำนวนรถ
- ประมวลผลและแสดงผลผ่านจอแสดงผลหรือแดชบอร์ด
- ข้อมูลสามารถนำไปใช้จัดทำรายงานการใช้งานลานจอด
ระบบนับรถต่างจากระบบแสดงช่องว่างอย่างไร?
|
คุณสมบัติ |
ระบบนับรถ |
ระบบแสดงช่องว่าง |
|---|---|---|
|
วัตถุประสงค์ |
ตรวจนับจำนวนรถเข้า–ออก |
แสดงจำนวนช่องว่างที่เหลือ |
|
อุปกรณ์หลัก |
กล้อง AI, เซ็นเซอร์นับรถ |
เซ็นเซอร์ที่ช่องจอด, ป้ายไฟแสดงจำนวน |
|
การทำงาน |
ตรวจนับรวมทั้งลาน |
ระบุช่องว่างทีละจุด |
|
เหมาะกับใคร |
ผู้ที่ต้องการดูจำนวนรถโดยรวม |
ลานจอดที่ต้องบอกลูกค้าว่ามีช่องว่างตรงไหน |

อุปกรณ์หลักที่ใช้ในระบบนับรถ
- กล้อง AI ตรวจจับป้ายทะเบียน (LPR Camera) – บันทึกข้อมูลรถเข้า–ออก
- เซ็นเซอร์ตรวจจับรถ (Vehicle Detector) – ตรวจสอบการเคลื่อนที่ผ่านทางเข้า–ออก
- ซอฟต์แวร์นับรถ (Vehicle Counting Software) – ประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์
- แดชบอร์ดแสดงผล (Dashboard System) – ดูจำนวนรถและรายงานผ่านจอหรือระบบออนไลน์
ระบบนับรถเหมาะกับที่ไหนบ้าง?
- ห้างสรรพสินค้า – ตรวจสอบจำนวนรถเพื่อจัดการพื้นที่จอดได้มีประสิทธิภาพ
- คอนโดมิเนียมและหมู่บ้าน – ควบคุมการเข้าออกของลูกบ้านและผู้มาติดต่อ
- สำนักงานและอาคารจอดรถ – ดูจำนวนรถเข้า–ออกประจำวัน
- สนามบินและโรงแรม – ช่วยจัดการปริมาณรถจำนวนมากได้สะดวก

ระบบนับรถ 3 เทคโนโลยีหลัก: Loop, Radar และกล้อง AI
เซนเซอร์แต่ละแบบตรวจจับรถผ่านด้วยวิธีที่ต่างกัน การเลือกใช้ควรดูจากสภาพพื้นถนน ตำแหน่งติดตั้ง แสงหน้างาน และข้อมูลที่อยากได้เป็นหลัก ไม่ใช่แค่เลือกตัวที่โฆษณาว่าแม่นยำที่สุด
1. Loop Sensor (Inductive Loop)

หลักการทำงาน: ฝังสายลวดเป็นวงใต้ผิวถนน เมื่อโลหะของรถเคลื่อนผ่าน ค่าความเหนี่ยวนำจะเปลี่ยนและส่งสัญญาณไปยัง Loop Detector หรือ Controller เป็นเทคโนโลยีตรวจจับยานพาหนะที่ใช้งานมานานและแพร่หลายที่สุดแบบหนึ่ง (National Academies, Chapter 2. Inductive Loop Detectors)
- เหมาะกับ: ช่องทางเข้า-ออกที่ควบคุมแนวรถชัดเจน จุดไม้กั้น และพื้นที่ที่มี Loop เดิม
- จุดเด่น: ไม่พึ่งสภาพแสง ตรวจจับรถที่จุดผ่านได้สม่ำเสมอ และใช้เป็นสัญญาณสั่งไม้กั้นได้
- ข้อจำกัด: ต้องตัดผิวถนนเพื่อฝังสาย การซ่อมพื้นหรือสายขาดอาจทำให้ต้องปิดช่องทาง และไม่ให้ข้อมูลทะเบียนหรือยี่ห้อรถ
- ข้อมูลที่ได้: เหตุการณ์รถผ่านและยอดเข้า-ออก; รายงานตามเวลาหรือจำนวนรถคงเหลือต้องใช้ Controller และซอฟต์แวร์ร่วมด้วย
2. Radar Sensor

หลักการทำงาน: ส่งคลื่นวิทยุหรือไมโครเวฟออกไป แล้ววิเคราะห์สัญญาณที่สะท้อนกลับมาเพื่อดูว่ามีรถอยู่หรือกำลังเคลื่อนที่ผ่านหรือไม่ รายละเอียดที่ทำได้จะต่างกันไปตามรุ่นที่เลือกใช้ หลักการเดียวกันนี้ใช้กันทั่วไปในงานตรวจจับจราจรระดับสากล (National Academies, Chapter 4. Microwave Radar Sensors)
- เหมาะกับ: พื้นที่ที่ไม่อยากขุดหรือตัดถนนเพิ่ม และมีจุดยึดเซนเซอร์ที่มั่นคงอยู่แล้ว
- จุดเด่น: ไม่พึ่งแสงที่มองเห็น ติดตั้งเหนือพื้น และปรับโซนตรวจจับได้ในรุ่นที่รองรับ
- ข้อจำกัด: ต้องทดสอบมุมติดตั้ง ระยะตรวจจับ จุดอับสัญญาณ และการสะท้อนจากโลหะรอบๆ ก่อนใช้งานจริง ส่วนจะแยกทิศทางหรือรองรับหลายเลนได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับรุ่นเซนเซอร์และ Controller ที่ใช้คู่กัน
- ข้อมูลที่ได้: สัญญาณตรวจพบรถ และอาจแยกทิศทางได้เมื่อรุ่นที่เลือกมีฟังก์ชันนี้; ไม่อ่านทะเบียนหรือยี่ห้อรถ
3. กล้องนับรถด้วย AI

หลักการทำงาน: วิเคราะห์ภาพวิดีโอและกำหนดเส้นตรวจจับเพื่อแยกรถที่ผ่านตามทิศทางเข้า-ออก เช่น กล้อง CCT-CM01 ที่อธิบายในส่วนถัดไป
- เหมาะกับ: จุดที่ไม่สะดวกขุดพื้น งานที่ต้องการดูภาพประกอบเหตุการณ์ และพื้นที่ที่กำหนดมุมกล้องเห็นรถได้ต่อเนื่อง
- จุดเด่น: ปรับเส้นและทิศทางในภาพได้ ดูยอดเข้า-ออกตามวันที่หรือชั่วโมง และติดตั้งบนเสา ผนัง หรือเหนือช่องทางได้
- ข้อจำกัด: ผลการนับขึ้นกับมุมกล้อง ระยะ เลนส์ แสง เงาบัง และการตั้งค่า จึงต้องสำรวจและทดสอบกับสภาพรถจริง
- ข้อมูลที่ได้: จำนวนรถและทิศทางตามเวลา เมื่อนำข้อมูลเข้า-ออกเข้าสู่ซอฟต์แวร์ DPARK สามารถแสดงจำนวนรถคงเหลือภายในพื้นที่ได้; CCT-CM01 ไม่ได้ระบุฟังก์ชันอ่านทะเบียน จังหวัด หรือยี่ห้อรถ ซึ่งต้องใช้ระบบ AI LPR แยกต่างหาก
เปรียบเทียบก่อนเลือกเทคโนโลยี
| หัวข้อ | Loop Sensor | Radar Sensor | กล้อง AI |
|---|---|---|---|
| ต้องตัดผิวถนน | ต้องตัดเพื่อฝังสาย | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง |
| ผลจากสภาพแสง | ไม่พึ่งแสง | ไม่พึ่งแสงที่มองเห็น | ต้องออกแบบตามแสงจริง |
| หลักฐานภาพ | ไม่มี | ไม่มี | มีภาพจากกล้อง |
| อ่านป้ายทะเบียน | ไม่ได้ | ไม่ได้ | CCT-CM01 ไม่ได้; ต้องใช้ AI LPR |
| เงื่อนไขสำคัญ | สภาพพื้นและแนวรถ | รุ่น มุม ระยะ และสัญญาณสะท้อน | มุม เลนส์ แสง และการตั้งค่า |
เซนเซอร์ไม่เท่ากับรายงาน: Loop, Radar หรือกล้องทำหน้าที่ตรวจจับรถ ส่วน Dashboard รายงานรายชั่วโมง/รายวัน การส่งออก Excel และจำนวนรถคงเหลือ ต้องมี Controller ฐานข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่รองรับ พร้อมกำหนดจำนวนรถตั้งต้นและตรวจจับครบทุกทางเข้า-ออก
กล้อง AI นับรถ CCT-CM01 — ติดตั้งแบบไม่ต้องขุดพื้น
CCT-CM01 เป็นกล้อง AI สำหรับนับรถที่วิ่งผ่านเส้นตรวจจับแบบสองทิศทาง แยกยอดเข้าและออกได้โดยไม่ต้องตัดผิวถนนเพื่อฝัง Loop Detector เหมาะกับลานจอด อาคารสำนักงาน โรงงาน หรือจุดเข้า-ออกที่ต้องการดูปริมาณรถรายชั่วโมงและรายวัน การนับรถด้วยกล้อง AI แบบนี้เป็นแนวทางที่ใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในงานตรวจสอบการจราจร เพราะกล้องตัวเดียวครอบคลุมได้หลายเลนโดยไม่ต้องรื้อพื้นผิวถนน (viso.ai, Smart Vehicle Counting for Efficient Traffic Monitoring)
แสดงจำนวนรถคงเหลือภายในลานได้: เมื่อเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ DPARK ระบบจะคำนวณจากจำนวนรถตั้งต้น บวกจำนวนรถเข้า และลบจำนวนรถออก แล้วอัปเดตจำนวนรถรวมที่ยังอยู่ภายในพื้นที่จอดตามเหตุการณ์ที่ตรวจจับได้
สเปกเครื่อง CCT-CM01
- เซนเซอร์ Low-light CMOS ความละเอียด 5MP ขนาด 1/2.7 นิ้ว
- กำหนดเส้นตรวจจับและทิศทาง เพื่อแยกจำนวนรถเข้าและรถออก
- เลนส์มาตรฐานคือ 6 มม. แต่มีรุ่นเลนส์ 4 มม. ให้เลือกด้วยสำหรับจุดที่ต้องการมุมมองกว้างกว่า แจ้งระยะติดตั้งหน้างานให้ทีมขายช่วยเช็ครุ่นที่ตรงกันก่อนสั่งซื้อ
- รองรับวิดีโอ H.265/H.264 และพอร์ตเครือข่าย RJ45 10/100 Mbps
- ใช้งานตอนกลางคืนหรือแสงน้อยได้ และกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 ติดตั้งกลางแจ้งได้สบาย
- ติดตั้งได้ทั้งแบบยึดผนัง เสา หรือแขวนเหนือช่องทาง
CCT-CM01 เหมาะกับหน้างานแบบไหน?
- จุดที่ไม่สะดวกขุดพื้นหรือปิดช่องทางนานๆ เพื่อฝัง Loop Detector
- จุดเข้า-ออกที่ต้องการยอดรถและจำนวนรถคงเหลือ เพื่อดู Peak Hour วางกำลัง รปภ. หรือประเมินการใช้พื้นที่
- พื้นที่ที่ต้องการข้อมูลตามเวลา เพื่อดูสถิติรายชั่วโมง/รายวันจากระบบหลังบ้าน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือก: CCT-CM01 นับรถเข้า-ออกสองทิศทางได้ดี แต่อ่านป้ายทะเบียน จังหวัด ยี่ห้อ หรือรุ่นรถไม่ได้ ถ้าโครงการต้องการข้อมูลรายคันละเอียดขนาดนั้น ต้องใช้ ระบบ AI LPR แทน (อธิบายต่อในหัวข้อถัดไป)
เลือกกล้องนับรถหรือ AI LPR ให้ตรงกับข้อมูลที่ต้องใช้
| ข้อมูลที่ต้องการ | CCT-CM01 กล้อง AI นับรถ | ระบบ AI LPR |
|---|---|---|
| ยอดรถเข้า-ออก | รองรับ แยกสองทิศทาง | รองรับเมื่อออกแบบจุดเข้า-ออก |
| อ่านทะเบียน/จังหวัด | ไม่ได้ระบุในสเปกสินค้า | รองรับ |
| ยี่ห้อรถ | ไม่ได้ระบุในสเปกสินค้า | รองรับตามขอบเขตระบบ |
| Dwell Time และลูกค้ากลับมาซ้ำ | กล้องตัวเดียวทำไม่ได้ | รองรับเมื่อจับคู่ข้อมูลเข้า-ออกและฐานข้อมูล |
| งานติดตั้งแบบไม่ฝัง Loop | เหมาะ | เหมาะ แต่ต้องออกแบบมุมอ่านป้าย |
รายงานที่ระบบนับรถแสดงผลได้
รูปแบบรายงานขึ้นอยู่กับชุดกล้องและซอฟต์แวร์ที่เลือก โดยแบ่งได้เป็น รายงานจำนวนรถจาก CCT-CM01 และ รายงานข้อมูลรายคันจากระบบ AI LPR ดังนี้
รายงานนับรถพื้นฐาน
- Live Entry–Exit Counter — ยอดรถเข้าและรถออกปัจจุบัน แยกตามทิศทางที่กำหนด
- Hourly Vehicle Count — จำนวนรถเข้า-ออกรายชั่วโมง ใช้ดูช่วงเวลาที่รถหนาแน่น
- Daily Vehicle Count — ยอดรวมรถเข้า-ออกรายวัน และค้นย้อนหลังตามวันที่
- Monthly Summary — สรุปจำนวนรถรายเดือนเมื่อเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ DPARK
- Direction Comparison — เปรียบเทียบปริมาณรถขาเข้าและขาออก
- Historical Query — ค้นข้อมูลย้อนหลังตามวันที่หรือช่วงเวลา
- Excel Export — ส่งออกรายงานเป็นไฟล์ Excel ได้เมื่อใช้กับซอฟต์แวร์ DPARK ถ้าใช้ซอฟต์แวร์ยี่ห้ออื่น รูปแบบไฟล์ที่ส่งออกได้อาจไม่เหมือนกัน ลองสอบถามผู้ให้บริการก่อน
- จำนวนรถคงเหลือในพื้นที่ — ซอฟต์แวร์ DPARK คำนวณจากจำนวนรถตั้งต้น + รถเข้า − รถออก และอัปเดตจำนวนรถรวมที่ยังอยู่ภายในพื้นที่จอด
รายงาน AI LPR / Vehicle Analytics
- Vehicle Event Log — ทะเบียน จังหวัด ประเทศ/ป้ายแดง เวลา และทิศทางของรถแต่ละคัน
- Vehicle Count & Peak Hour — จำนวนรถและช่วงเวลาที่มีรถเข้า-ออกสูงสุด
- Dwell Time Report — ระยะเวลาตั้งแต่รถเข้าไปจนถึงออกจากพื้นที่
- New vs Returning Visitor — เปรียบเทียบรถที่มาใหม่กับรถที่เคยกลับมาใช้บริการ
- Occupancy Report — จำนวนรถที่อยู่ภายในและอัตราการใช้พื้นที่
- Vehicle Brand Distribution — สัดส่วนยี่ห้อรถที่เข้ามาในพื้นที่
- Province Analysis — จำนวนและสัดส่วนรถแยกตามจังหวัดของป้ายทะเบียน
- Power BI Dashboard — นำข้อมูลไปทำ Dashboard ผู้บริหารและวิเคราะห์ตามช่วงเวลา
เงื่อนไขสำคัญ: การแสดงจำนวนรถคงเหลือต้องกำหนดจำนวนรถตั้งต้นให้ถูกต้อง และติดตั้งจุดนับให้ครอบคลุมทุกทางเข้า-ออก ตัวเลขนี้คือจำนวนรถรวมภายในพื้นที่ ไม่ได้ระบุว่าช่องจอดใดว่าง ส่วนรายงาน Dwell Time, Returning Visitor, ยี่ห้อรถ และจังหวัด ต้องใช้กล้อง AI LPR ฐานข้อมูล และการจับคู่ข้อมูลจากจุดเข้า-ออก
หากต้องการมากกว่าจำนวนรถ: ระบบ AI LPR สำหรับ Vehicle Analytics
ระบบ AI LPR เป็นคนละขอบเขตกับ CCT-CM01 โดยใช้ OCR/AI อ่านข้อมูลรถแต่ละคัน แล้วจับคู่เหตุการณ์เข้า-ออกเพื่อสร้างข้อมูลเชิงธุรกิจ เช่น ระยะเวลาจอด ลูกค้าใหม่เทียบกับลูกค้าที่กลับมา และจังหวัดต้นทาง

ข้อมูลที่ระบบ AI LPR รองรับตามขอบเขตโครงการ
- เลขทะเบียน จังหวัด ประเทศของป้ายทะเบียน และป้ายแดง
- ยี่ห้อรถด้วย AI Recognition
- จำนวนรถ Peak Hour, Dwell Time, Returning/New Visitor และ Occupancy
- Brand Distribution, Province Analysis และการเชื่อมต่อ Power BI
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนออกแบบระบบ
- รถไม่มีป้ายทะเบียน — ระบบเก็บข้อมูลอื่นแทนได้บางส่วน แต่จะไม่มีเลขทะเบียนให้อ้างอิง
- รุ่นรถ — บอกได้แค่บางกรณี ขึ้นอยู่กับว่ากล้องมองเห็นรายละเอียดตัวรถชัดแค่ไหน
- ประเภทรถ — ต้องใช้กล้องมุมด้านข้างเพิ่มเติม
- รถ EV — บอกได้บางกรณีเท่านั้น เช่น จากยี่ห้อรถหรือป้ายทะเบียนสีฟ้าที่มองเห็นชัด
- ปีที่ผลิตรถ — ระบบยังทำไม่ได้
ข้อมูลจาก AI LPR ใช้ได้ทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายปฏิบัติการ และผู้บริหาร แต่ต้องกำหนดตำแหน่งกล้อง ฐานข้อมูล ระยะเวลาเก็บข้อมูล และสิทธิ์เข้าถึงให้สอดคล้องกับหน้างานและ PDPA — ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียนรถ
เลือกซื้อระบบนับรถแบบไหนดี — ชุดอุปกรณ์ DIY หรือระบบครบวงจร
ผู้ที่กำลังหาระบบนับรถโดยทั่วไปจะเจอผู้ให้บริการ 2 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน:
|
หัวข้อ |
ชุดอุปกรณ์ (DIY / โมดูลาร์) |
ระบบครบวงจร (Full-Service) |
|---|---|---|
|
ลักษณะการซื้อ |
ซื้อเซนเซอร์ + จอแสดงผล + ซอฟต์แวร์แยกชิ้น นำไปติดตั้งเองหรือให้ช่างที่มีอยู่แล้วติดตั้ง |
ผู้ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบทั้งหมดให้ตั้งแต่ต้นจนจบ |
|
ความยืดหยุ่น |
สูง — เลือกซื้อเฉพาะชิ้นที่ต้องการ ขยายเพิ่มทีหลังได้ |
ต่ำกว่า — มักผูกกับแพ็กเกจของผู้ให้บริการรายนั้น |
|
งานติดตั้ง/ดูแล |
ต้องมีช่างหรือทีมเทคนิคของตัวเอง |
ไม่ต้องมีทีมเทคนิคเอง ผู้ให้บริการดูแลให้ทั้งหมด |
|
เหมาะกับใคร |
โครงการที่มีช่างเทคนิคอยู่แล้ว หรือต้องการควบคุมงบเฉพาะจุด |
โครงการที่ต้องการความสะดวก ไม่อยากดูแลระบบเอง |
DPARK มีให้เลือกทั้งสองแบบ — ชุดอุปกรณ์ CCT-SET1/SET2/SET3 พร้อมจอแสดงผลและซอฟต์แวร์แยกชิ้นสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเองหรือมีช่างอยู่แล้ว (ดูสินค้าทั้งหมดที่ หมวดระบบนับรถ) และบริการติดตั้งระบบครบวงจรโดยทีม DPARK สำหรับโครงการที่ต้องการความสะดวกแบบจบในที่เดียว — ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินหน้างานก่อนตัดสินใจได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบนับรถ
ระบบนับรถบอกช่วงเวลาที่รถหนาแน่น (Peak Hour) ได้ไหม?
ได้ ระบบนับรถบันทึกจำนวนรถเข้า-ออกทุกช่วงเวลา ทำให้ดูย้อนหลังเป็นกราฟรายชั่วโมงหรือรายวันผ่านแดชบอร์ดได้ ช่วยให้ผู้บริหารพื้นที่วางแผนจัดพนักงานหรือเปิดช่องทางเสริมในช่วงรถหนาแน่นล่วงหน้าได้
คำนวณอัตราการหมุนเวียนที่จอด (Turnover Rate) จากระบบนับรถได้อย่างไร?
อัตราการหมุนเวียนคือจำนวนรอบที่แต่ละช่องจอดถูกใช้งานต่อวัน คำนวณจากยอดรถเข้ารวมหารด้วยจำนวนช่องจอดทั้งหมด ตัวเลขนี้ช่วยประเมินว่าลานจอดใช้พื้นที่คุ้มค่าหรือไม่ และเป็นข้อมูลสำคัญเวลาวางแผนขยายหรือปรับผังลานจอด
ระบบนับรถแบบไหนเหมาะที่สุด — Loop Sensor, Radar Sensor หรือกล้อง AI?
ไม่มีแบบไหนเหมาะกับทุกที่ — ถ้ายอมขุดพื้นได้และช่องทางควบคุมชัดเจน Loop Sensor ตอบโจทย์ที่สุด ถ้าไม่อยากขุดพื้นก็เลือก Radar Sensor ได้ แต่ต้องเลือกรุ่นให้ตรงกับโซนตรวจจับ ส่วนกล้อง AI เหมาะกับงานที่อยากปรับเส้นนับเองและดูสถิติย้อนหลังได้ ทุกแบบควรลองทดสอบกับรถจริงหน้างานก่อนตัดสินใจซื้อ
ระบบนับรถที่ใช้กล้องอ่านป้ายทะเบียนเกี่ยวข้องกับ PDPA หรือไม่?
เกี่ยวข้อง หากระบบนับรถบันทึกภาพป้ายทะเบียนด้วย (ไม่ใช่แค่จำนวนรถ) ข้อมูลป้ายทะเบียนถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA เจ้าของพื้นที่ควรติดป้ายแจ้งเตือนบริเวณทางเข้า กำหนดนโยบายเก็บและลบข้อมูลให้ชัดเจน และจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง — ข้อมูลนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น ควรปรึกษาฝ่ายกฎหมายของโครงการเพื่อความถูกต้องตามข้อกำหนดล่าสุด
ระบบนับรถแยกประเภทรถเล็ก-รถบรรทุกได้ไหม?
ได้ในบางระบบ — เทคโนโลยี Loop Detector แบบสองชุดสามารถวัดระยะฐานล้อ (wheelbase) ของรถที่ผ่านได้ ทำให้แยกนับรถยนต์ทั่วไปกับรถบรรทุกหรือรถบัสออกจากกันได้ หากระบบและซอฟต์แวร์ที่ใช้รองรับฟีเจอร์นี้ เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการแยกสถิติรถแต่ละประเภท เช่น โรงงานหรือคลังสินค้า
CCT-CM01 อ่านป้ายทะเบียนหรือแยกยี่ห้อรถได้ไหม?
ไม่ได้ — CCT-CM01 ออกแบบมาให้นับรถเข้า-ออกสองทิศทางเป็นหลัก ไม่ได้อ่านป้ายทะเบียน จังหวัด หรือยี่ห้อรถ ถ้าอยากได้ข้อมูลละเอียดระดับรายคัน ต้องใช้ระบบ AI LPR แทน
CCT-CM01 แสดงจำนวนรถคงเหลือภายในลานจอดได้ไหม?
ได้ เมื่อเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ DPARK ระบบจะคำนวณยอดคงเหลือจากจำนวนรถตั้งต้น บวกจำนวนรถเข้า และลบจำนวนรถออก โดยต้องติดตั้งจุดนับให้ครอบคลุมทุกทางเข้า-ออก ข้อมูลนี้แสดงจำนวนรถรวมภายในลาน ไม่ได้ระบุว่าช่องจอดใดว่าง
ติดตั้งกล้องนับรถ CCT-CM01 ต้องขุดพื้นหรือไม่?
ไม่ต้องฝังสาย Loop ใต้พื้น กล้องติดตั้งบนเสา ผนัง หรือแขวนเหนือช่องทางได้ แต่ยังต้องเตรียมไฟและเครือข่าย พร้อมให้ทีมระบบกำหนดมุมกล้องและเส้นตรวจจับให้รถผ่านอยู่ในกรอบภาพอย่างสม่ำเสมอ
ตัวอย่างการตรวจจับและรายงานของระบบนับรถ DPARK
ในโครงการที่ใช้กล้อง AI Vehicle Counting ระบบจะกำหนดเส้นตรวจจับและทิศทางในภาพ เพื่อแยกยอดรถเข้า-ออก แล้วส่งข้อมูลไปยัง Dashboard สำหรับดูจำนวนรถและสถิติตามเวลา ส่วนหน้างานที่ใช้ Loop Detector จะนับจากสัญญาณตรวจจับรถที่ผ่านจุดเข้า-ออก
- เพิ่มจำนวนช่องทางเข้า-ออกได้หลายจุด โดยใช้ซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันจัดการทุกช่องทาง
- ติดตั้งซอฟต์แวร์ดูข้อมูลพร้อมกันได้หลายเครื่องในวง LAN เดียวกัน
- ดูจำนวนรถเข้า-ออกย้อนหลังแบบรายชั่วโมง รายวัน หรือรายเดือนได้
- ออกรายงานสรุปเป็นไฟล์ Excel ได้
- เชื่อมต่อกับป้ายแสดงจำนวนช่องจอดที่เหลือได้

ภาพจำลองการตรวจจับรถเข้า-ออกและการสรุปข้อมูลบน Dashboard DPARK (ภาพประกอบ)
ต้องการรู้ว่าช่องจอดไหนว่างแบบ Realtime? เซนเซอร์ตรวจจับช่องจอดรถ IoT ทำงานเป็น Data Layer ให้ระบบ DPARK — แสดงสถานะว่าง/ไม่ว่างทุกช่องบน Dashboard อัตโนมัติ เชื่อมต่อกับ DPARK Software ได้ทันที
